ถ้าเลือกได้ ใครๆ ก็อยากเป็นลูกที่พ่อแม่รัก อยากเป็นเด็กที่ผู้ใหญ่เอ็นดู และอยากเป็นศิษย์โปรดของคุณครูในโรงเรียน

หลายๆ ครั้ง ที่ผู้ใหญ่อย่างเราตีกรอบให้ลูกหลานของเรา บางครั้งอาจเป็นเรื่องที่สมควรตีกรอบแล้ว แต่บางเรื่อง อาจเป็นกรอบที่ “เกิน” ไปสักหน่อย แต่เชื่อเหลือเกินว่า กรอบเหล่านั้น มักจะเกิดขึ้นเพราะความรักและหวังดีต่อพวกเขา แต่อย่าลืมว่า พวกเขาอาจจะเด็กเกินกว่าจะเข้าใจเหตุผลที่ซับซ้อนของผู้ใหญ่อย่างเรา

วิธีตอบสนองของเด็กๆ ต่อกรอบที่น่าอึดอัดที่พวกเราสร้างให้ อาจมีได้มากมาย ร้องไห้ โวยวาย ดื้อรั้น แต่จะมีเด็กอยู่ประเภทหนึ่ง ที่จะไม่ค่อยแสดงความพอใจหรือไม่พอใจอะไรออกมามากนัก แต่เขายินดีที่จะทำทุกอย่าง ให้คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ใหญ่อย่างเราสบายใจ เชื่อฟังคุณครูทุกอย่าง

พวกเขา มักจะเป็นเด็กที่ผู้ใหญ่รักและเอ็นดู พ่อแม่สบายใจ ครูบาอาจารย์โปรดปราน เพราะมองว่าพวกเขา เป็นเด็กที่ “เลี้ยงง่าย” และ “เชื่อฟังผู้ใหญ่”

เขาอาจมีพ่อแม่หัวสมัยใหม่สักหน่อย พยายามให้ลูกเรียนรู้เรื่องต่างๆ นอกห้องเรียน เล่นเปียโน เต้นบัลเล่ต์ เรียนรู้ศิลปะ และเขาก็ทำทุกอย่างที่พ่อแม่ “หวังดี” จัดการให้

ในขณะที่ตัวเขาเองก็รู้สึกว่า จะทำให้คุณครูที่โรงเรียนผิดหวังไม่ได้ ผลการเรียนอาจจะไม่ได้ดีมากมาย แต่เขาจะตั้งใจเรียนมาก

คิดอย่างไรกับเด็กคนนี้???

เคยเจอลูกศิษย์แบบนี้ค่ะ เขาน่าสงสารนะ ไม่เคยได้สัมผัสการเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ไม่เคยรู้ว่าตัวเองรักและชอบอะไรกันแน่ และถ้าต้องเลือกทางเดินในอนาคตจริงๆ พวกเขาคิดไม่ออก ว่าเขาควรต้องไปทางไหน

เพราะเส้นทางตลอดชีวิตที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้ถูกบังคับให้เดินมากมาย แต่ทุกๆ เส้นทางของเขาถูกเลือกเพราะอยากจะทำให้คนที่เขารัก “สบายใจ” และเมื่อถึงเวลาที่เขาถูกถามจากพ่อแม่ ว่าเขาอยากจะเดินไปทางไหนกันแน่ เขาอาจจะคิดไม่เป็นเสียแล้ว เพราะสมองของเขาไม่เคยตั้งคำถามกับความต้องการของตัวเองอย่างแท้จริง

การไม่เข้าใจตัวเอง ไม่รู้จักความต้องการของตัวเอง มันส่งผลเสียอย่างไรเหรอ? ถ้าคนๆ หนึ่ง มีชีวิตเพื่อ Please คนอื่นตลอดเวลา คอยตามใจคนอื่น กลัวว่าคนอื่นจะไม่รัก จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนที่เขารักไม่ได้อยู่กับเขา ไม่มีใครให้เขาได้ยึดเกาะ

คนๆ นี้ ก็แทบจะเสียศูนย์เลยค่ะ ไร้ที่พึ่งพิง เดินอย่างไร้ทิศทาง และไม่มีความกล้าความมั่นใจใดๆ ที่จะเดินหน้าต่อในชีวิต ขนาดเป็นผู้ใหญ่ยังพังเลยค่ะ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกนะคะ ถ้าลูกของคุณเป็น “เด็กดี” ที่อาจจะเข้าข่ายนี้ สิ่งแรกที่อยากลองทำคือ พยายามถามเขา ชวนเขาคุยว่าเขาชอบอะไร อยากทำอะไร สังเกตว่า เวลาที่เขาอิสระ เขามักจะทำอะไร

และลึกลงไปกว่านั้น ลองชวนคุยต่อว่า ทำไมเขาถึงชอบทำสิ่งนั้น ทำไมเขามักจะทำเรื่องนั้นๆ แรกๆ อาจจะตอบยากสักหน่อย หรือไม่ อาจจะตอบจากสิ่งที่คุ้นเคยเพื่อเอาใจคุณ แต่ก็ลองคุยกันให้ลึกลงไปเรื่อยๆ ค่ะ ถามบ่อยๆ ฝึกให้เขาได้ลองตั้งคำถามกับตัวเองเยอะๆ

และเมื่อเขาตอบมาว่าเขาชอบอะไร หรือต้องการอะไร อย่าคาดหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นไปตลอด (ขนาดผู้ใหญ่อย่างเราๆ Passion ยังแกว่งไปมาเลยค่ะ เรื่องนึงเกินสามเดือนนี่เก่งมากแล้ว) หน้าที่ของเรา คือ คอยสนับสนุนให้เขาให้กล้าเลือกความต้องการ และลองทำดู ว่ามัน Work กับเขาไหม เขาชอบมันจริงๆ หรือเปล่า ทดลองไปเรื่อยๆ สุดท้าย มันจะเหลือไม่กี่เรื่องหรอกค่ะ ที่เขาชอบจริงๆ

ขอเพียงอย่างเดียว ผู้ใหญ่อย่างเรา ต้องอดทน และเปิดพื้นที่ให้สมองเขาได้มีความคิดอย่างเสรี

ไม่อย่างนั้น ลูกของคุณ จะกลายเป็นเด็กดี ที่น่าสงสารที่สุด

X